พาณิชย์เตรียมโละสต๊อกข้าวเสื่อมอีก 4 แสนตัน

พาณิชย์เตรียมโละสต๊อกข้าวเสื่อมอีก 4 แสนตัน

14451482851445149217l

updated: 01 ก.ค. 2559 เวลา 15:37:21 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประมูลข้าวเสื่อมเข้าอุตสาหกรรม 4 แสนตัน ประกาศทีโออาร์ 6 ก.ค.นี้ ด้าน “บิ๊กตู่” เร่งหน่วยงานรัฐเรียกค่าเสียหายชดใช้ข้าวจีทูจีโดยไว

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเตรียมประกาศหลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) เงื่อนไขการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลในกลุ่มของข้าวเสื่อมเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่อาหารสัตว์ลงไปปริมาณ 4 แสนตัน โดยจะออกทีโออาร์ในวันที่ 6 ก.ค.พร้อมชี้แจงเงื่อนไขการประมูล 8 ก.ค.เปิดให้เอกชนดูสภาพข้าวระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค. และเปิดให้ยื่นซองเสนอคุณสมบัติ 21 ก.ค. ก่อนที่จะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 25 ก.ค.

“การประมูลข้าวเสื่อมเข้าอุตสาหกรรมจะทำควบคู่ไปกับการระบายข้าวผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งมองว่าช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะสม ตลาดข้าวมีความต้องการ เนื่องจากผลผลิตข้าวออกมาน้อย โดยข้าวนาปรังแทบจะไม่มีผลผลิตออกมา ส่วนข้าวนาปี ฤดูกาล 2559/60 ก็เลื่อนการเพาะปลูกจากปกติที่จะปลูกช่วงเดือน ส.ค.และเก็บเกี่ยวช่วง ธ.ค. ก็อาจจะเลื่อนออกไปอีก ทำให้ภายใน 1-2 เดือนนี้ยังสามารถระบายข้าวสต๊อกรัฐได้อยู่ โดยคาดว่าปีนี้น่าจะขายข้าวออกไปได้มากกว่า 6 ล้านตัน และทำให้จนถึงกลางปี 2560 จะระบายข้าวสต๊อกออกไปได้ทั้งหมด” นางดวงพรกล่าว

สำหรับสถานะสต๊อกข้าวรัฐบาลในปัจจุบัน โดยมีข้าวอยู่ในคลังกลาง 9.5 ล้านตัน นอกคลังกลางอีกประมาณ 1 ล้านกว่าตัน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเพื่อนำมาเข้าคลังกลาง แบ่งเป็น ข้าวกลุ่ม 1 หรือข้าวที่มีเกรดซีปนอยู่ไม่เกิน 20% ปริมาณ 7.5 ล้านตัน โดยจะระบายเป็นการทั่วไป กลุ่ม 2 หรือข้าวที่มีเกรดซีปน 20% ขึ้นไป เหลือประมาณ 1.5 ล้านตัน โดยจะระบายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมที่แปรรูปเพื่อการบริโภคทั้งคนและสัตว์ และกลุ่ม 3 ข้าวเสื่อมสภาพ มีปริมาณ 2.4 ล้านตัน จะระบายเข้าอุตสาหกรรมตั้งแต่อาหารสัตว์ลงไป รวมถึงอุตสาหกรรมเอทานอลด้วย

นางดวงพรกล่าวว่า ส่วนการชี้แจงเงื่อนไขการเปิดให้เอกชนที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศมายื่นซื้อข้าวปริมาณ 2.18 ล้านตัน หลักเกณฑ์เบื้องต้นจะต้องเป็นเอกชนที่มีการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวกับกรมตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีคำสั่งซื้อข้าวมาเสนอ และการขอซื้อข้าวจะต้องซื้อแบบยกคลัง ซึ่งผู้ส่งออกสามารถที่จะรวบรวมคำสั่งซื้อรวมกันมายื่นซื้อได้ และจะต้องนำใบหลักฐานการส่งออกมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีการขนข้าวออกจากคลังออกไป

“หลักเกณฑ์จะคล้ายกับการประมูลข้าว แต่เนื่องจากมีการเปิดให้ยื่นคำสั่งซื้อจากต่างประเทศอาจจะมีความลับทางการค้า ซึ่งทางคณะทำงานระบายข้าวก็จะเปิดห้องเพื่อพิจารณา โดยรวมรวมผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงสุดและมาเจรจาต่อรองราคา เมื่อได้ผลสรุปก็จะเสนอประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติต่อไป เชื่อว่าก็น่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วม และไม่กระทบกับราคาตลาดข้าว เพราะประเมินแล้วว่าช่วยนี้มีความต้องการข้าวมาก” นางดวงพรกล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลจะมีการพิจารณาช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้มีการเร่งระบายข้าวออกไปจำนวนมาก เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาตลาด และราคาที่เกษตรกรจะได้รับ

นางดวงพรกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายความรับผิดทางละเมิดสัญญาซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน ในที่ประชุม นบข.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำอีกครั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดให้มีการชดใช้ค่าเสียหายข้าวจีทูจี ตามที่กระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือแจ้งมาให้กระทรวงพาณิชย์บังคับทางปกครองให้นักการเมืองและข้าราชการรวมทั้งหมด 6 คนโดยเร็ว

“ในที่ประชุม นบข.มีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาอยู่ด้วย ซึ่งนายกฯได้เร่งให้ทำโดยเร็ว เพื่อหาข้อสรุปว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้แจ้งบังคับทางปกครอง เพราะมีหน่วยงานที่เสียหายหลายหน่วยงาน ทั้งคลัง พาณิชย์ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยในที่ประชุม นบข. กฤษฎีกาแจ้งว่า จะส่งหนังสือตอบกลับมาภายในสัปดาห์นี้ ก็ต้องรอดูก่อนว่าจะมาหรือไม่” นางดวงพรกล่าว

นางดวงพรกล่าวว่า หากกรมได้รับหนังสือตอบกลับมาจากกฤษฎีกา จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชดใช้ค่าเสียหายทันที หากเป็นกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้แจ้ง คนลงนามก็ต้องเป็น รมว.พาณิชย์ แต่หากเป็นหน่วยงานเสียหายอื่น ก็ต้องดูว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในหน่วยงานนั้น ซึ่งค่าเสียหายที่จะแจ้งให้ชดใช้ ก็มีรายละเอียดหมดแล้วว่าใครต้องชดใช้เท่าใด เพราะกรมบัญชีกลางได้คิดค่าเสียหายมาหมดแล้ว

ทั้งนี้ ในการเรียกค่าเสียหายต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 โดยจะส่งเรียกค่าเสียหายตรงไปยังผู้ที่กระทำความผิด โดยไม่น่าจะจบแค่ตัวผู้ที่กระทำผิด เพราะหากเทียบเคียงกับคดีรถดับเพลิง ที่แม้ผู้กระทำความผิดจะเสียชีวิตไปแล้ว จะมีการเรียกค่าเสียหายจากกองมรดกของผู้ที่กระทำความผิดด้วยแต่ทางผู้เสียหายก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ทางศาลเพื่อยกเลิกคำสั่งดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า นักการเมืองและข้าราชการ 6 คนที่จะถูกบังคับทางปกครองชดใช้ค่าเสียหายจากการขายข้าวจีทูจี มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ